Start typing to see products you are looking for.
  • ORDER ORDER

Fishing Net

Close
MEALS FROM 160 ฿ DELIVERED TO YOUR DOOR อาหารจาก 160 ฿ส่งไปที่ประตูของคุณ
Menu
close
Start typing to see products you are looking for.

Captain Hook's Blog Captain Hook's Blog

Captain Hook's Blog Captain Hook's Blog

รู้มั้ย การรมควันของ Captain Hook’s Smokehouse เป็นยังไง? รู้มั้ย การรมควันของ Captain Hook’s Smokehouse เป็นยังไง?

 

เชฟเชื่อเลยว่าหลาย ๆ คนในที่นี้ยังไม่รู้จัก “ปลารมควัน” อาจจะรู้จักแต่ก็ไม่ได้ลึกซึ้งอะไรกับปลารมควัน ลองไปถามบรรดาเพื่อน ๆ ดูสิครับ เขาจะตอบว่ายังไงกันบ้าง​ ?

“อืม เคยเห็นแต่ไม่เคยกิน”

“มันเป็นยังไง ?”

หรืออาจจะ “เอ้ยไม่นะ ไส้กรอกรมควันหรือเปล่า ?”

ใช่แล้วครับเหล่านี้จะเป็นคำตอบของคนที่ไม่คุ้นเคยกับปลารมควัน

“การรมควัน”​ ที่พูดถึงอยู่เนี่ย เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการถนอมอาหาร ที่มีจุดเริ่มต้นมานานแล้วตั้งแต่สมัยโบราณนู่นเลย ซึ่งทางหลักฐานเชื่อกันว่ามนุษย์ในสมัยก่อนได้ค้นพบการรมควันด้วยความบังเอิญ เมื่อล่าสัตว์มาได้ มนุษย์โบราณได้แขวนเนื้อหรือปลาไว้ใกล้กองไฟ ซึ่งความบังเอิญนี้ เมื่อเนื้อ และปลาได้รับไอร้อน และมีกลิ่นควันที่แทรกซึมเข้าไปในรสสัมผัสของเนื้อ พวกเขาก็ค้นพบว่า วิธีนี้แหละ จะทำให้อาหารของเรามีรสชาติที่ดีขึ้น และทำให้อาหารนั้นสามารถเก็บได้นานขึ้นอีกด้วย

การถนอมอาหารรูปแบบนี้เพื่อคงกลิ่นอาหารไม่ให้มีกลิ่นเหม็นหืน และช่วยฆ่าแบคทีเรียได้ด้วยนะครับ ซึ่งในประเทศไทย หลายคนก็รู้จักการรมควันจาก ไส้กรอกรมควันนี่แหละ จะมีลักษณะพิเศษกว่าไส้กรอกอื่น ๆ ที่มีเนื้อสัมผัสเหนียว เหมือนเคลือบด้วยหนัง ๆ เชฟจึงอยากจะพาคุณผู้อ่านมารู้จักกับ “ปลารมควัน” ที่เป็นผลิตภัณฑ์ชูโรงของเรา ให้ลึกซึ้งงงง พอที่จะอินกันซักหน่อย


อย่างที่บอกไปนะครับ ผลิตภัณฑ์ของเราเป็น “ปลารมควัน” การรังสรรรสชาติจึงต้องแตกต่าง และไม่เหมือนใคร เชฟใช้ “ไม้บีช” หรือ Beech wood ในการรมควันกับเนื้อปลาชนิดต่าง ๆ ซึ่งกลิ่นแต่ละกลิ่นจากปลาแต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน อิงจากกลิ่นเดิมของปลาชนิดนั้น ๆ เช่น แซลมอน โดยปกติกลิ่นจะมีความทะเลมาก เนื้อมีความมัน หอมน้ำมันปลา เนื่องจากอยู่ในน้ำทะเลลึก ส่วนปลาทูน่าจะมีกลิ่นที่หอมกว่าแซลมอน แต่จะมีกลิ่นน้ำมันน้อยกว่า นั่นแหละครับ คือ “เสน่ห์ของปลารมควัน” นอกจากกลิ่นนะ ด้วยความมีสีออกเหลืองทองอร่ามเจือนิด ๆ ก็ชวนรับประทาน และดูพรีเมี่ยมเหลือเกิน

Captain hook’s Smokehouse ได้เลือกนำเอาการรมควันมา 2 แบบด้วยกันครับ คือ รมควันเย็นและรมควันร้อน เพราะเป็นรูปแบบที่เราคิดว่า มัน Basic แต่ความ Basic นี่แหละ จะทำยังไงให้มันพิเศษ มันท้าทายครับ

การรมควันแบบเย็น เชฟจะนำปลาส่วนที่ต้องการรมควัน ซึ่งใช้เนื้อปลาส่วนลำตัว โดยตัดส่วนหัวและหางออก คลุกเคล้าส่วนผสมพิเศษที่เป็นสูตรลับของเชฟ และนำมาปรุงรสและหมักด้วยกระบวนการที่พิเศษยิ่งก่าเป็นเวลา 48 ชั่วโมง จากนั้นนำไปแช่เย็น ในขั้นตอนการรมควันแบบเย็นจะใช้อุณภูมิระหว่าง 20-30 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 6-12 ชั่วโมง จะทำให้ได้รสชาติกลมกล่อมที่เข้าถึงเนื้อปลา ทำให้เนื้อปลาฉ่ำ นุ่ม แทบจะละลายในปากไปเลย

ทริคในการรับประทานปลารมควันแบบเย็น คนนิยมสไลด์เป็นชิ้นบาง ๆ หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ พอดีคำ เพื่อที่จะได้ละเลียดรสเนื้อปลาคลอไปกับไวน์ หรือชิ้นใหญ่เต็มคำ เพื่อถึงรสปลาเป็นเต็ม ๆ ก็ตามความชื่นชอบของแต่ละคน


การรมควันแบบร้อน เชฟใช้สูตรลับพิเศษเช่นเดียวกับการรมควันแบบเย็น แต่ในกระบวนการรมควันแบบร้อน จะวางปลาในเตาอบซึ่งตรงนี้ต้องกระซิบว่า ทำบ่อย ๆ แล้วจะรู้เลยว่าควรวางตรงไหนจะทำให้เนื้อปลามีความอร่อยที่ไม่เหมือนใคร! เนื้อปลาที่ผ่านการรมควันแบบร้อน จะมีกลิ่นการรมควันชัดเจนมากกว่าการรมควันแบบเย็น

ทริคการรมควันแบบร้อน การใช้ปลาที่มีหนัง จะเพิ่มความ Juicy ฉ่ำ ๆ เบา ๆ ก็คือการป้องกันไม่ให้ไขมันไหลออกจากเนื้อปลา ซึ่งนี่ก็เป็นความอร่อยอีกอย่างหนึ่ง จะทำให้คุณผู้อ่านลืมปลารมควันแบบเดิมแน่นอน


ใช่ว่าปลาทุกชนิดจะผ่านการรมควันที่เหมือนกันได้นะครับ เพราะโครงสร้างทางธรรมชาติของปลาแต่ละชนิดแตกต่างกันนะ เหมือนคนนั่นแหละ คนนั้นชอบกลิ่น Floral อีกคนชอบ Fruity ปลาก็ด้วย ไขมันในตัวปลาชนิดนั้น ๆ จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สามารถบอกได้ว่า เราควรจะรมควันพวกเขาด้วยวิธีไหนจะเริ่ดที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คนเราก็ชอบหลายกลิ่นได้ ปลาบางชนิดก็เลยใช้วิธีการรมควันได้ทั้งแบบร้อนและแบบเย็น อาทิเช่น ปลาแซลมอน จากมหาสมุทรแอตแลนติก แต่ไม่ว่าเจ้าแซลมอน เจ้าทูน่า เจ้ากระโทงดาบ จะมีวิธีการรมควันที่แตกต่าง แต่สุดท้าย ผลลัพธ์ก็คือ “ความอร่อย” เพราะเชฟพยายามประณีตทุกขั้นตอน เพื่อเสิร์ฟให้ทุกคนได้ลิ้มอย่าง “ยอดรส” เลยล่ะครับ

ช่วงขายของ

ผลิตภัณฑ์ปลารมควันยอดฮิตจากเชฟใช้วิธีรมควันแบบไหนบ้าง ?


ปลาแซลมอน ที่บอกไป สามารถรมควันได้ทั้งแบบร้อน และรมควันแบบเย็น หากคุณเป็น Salmon lover ผมรับรองว่า คุณจะหารสชาติแบบนี้ที่ไหนไม่ได้อีกแน่ ๆ และนั่นจะทำให้คุณต้องประทับใจการรมควันทั้งสองแบบแน่นอน


ปลาทูน่า ปลาฮาลิบัต ปลากระโทงดาบ เชฟเลือกใช้การรมควันแบบเย็นเพราะเชฟอยากให้เนื้อปลาที่มีความมันน้อย ๆ แบบนี้ ได้เผยสัมผัสนุ่ม ๆ ให้คุณได้ชิม


ปลาแมคเคอเรล ปลาเรนโบว์เทราต์ที่ใช้การรมควันแบบร้อน เพื่อให้เนื้อปลามีความฉ่ำที่สุดไปเลย

คุณผู้อ่านก็ต่างรู้กันดีว่า เนื้อปลาอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย โดยเฉพาะโปรตีน โอเมก้า 3 และ DHA ที่ให้ประโยชน์ต่อระบบหัวใจ หลอดเลือด สมอง และการเจริญเติบโตของร่างกาย เนื้อปลารมควันยังมีวิตามิน D ที่จำเป็นต่อร่างกาย ทั้งยังเป็นแหล่งรวมของวิตามินบีหลายชนิด เช่น วิตามินบี 12 วิตามินบี 3 วิตามินบี 6 และยังอุดมไปด้วยทริปโตเฟน ที่สามารถช่วยให้นอนหลับได้อย่างง่ายดายแล้ว ปลายังมีแคลอรี่ต่ำ ทานได้ไม่อ้วนอีกด้วย ตรงคอนเซ็ปของคนชอบกิน ที่รักการดูแลรูปร่างจริง ๆ เลยคุณครับ เย็นนี้ต้องจัดไปเลย ปลารมควันคุณภาพพรีเมี่ยมจาก Captain Hook’s Smokehouse ครับ

 

เชฟเชื่อเลยว่าหลาย ๆ คนในที่นี้ยังไม่รู้จัก “ปลารมควัน” อาจจะรู้จักแต่ก็ไม่ได้ลึกซึ้งอะไรกับปลารมควัน ลองไปถามบรรดาเพื่อน ๆ ดูสิครับ เขาจะตอบว่ายังไงกันบ้าง​ ?

“อืม เคยเห็นแต่ไม่เคยกิน”

“มันเป็นยังไง ?”

หรืออาจจะ “เอ้ยไม่นะ ไส้กรอกรมควันหรือเปล่า ?”

ใช่แล้วครับเหล่านี้จะเป็นคำตอบของคนที่ไม่คุ้นเคยกับปลารมควัน

“การรมควัน”​ ที่พูดถึงอยู่เนี่ย เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการถนอมอาหาร ที่มีจุดเริ่มต้นมานานแล้วตั้งแต่สมัยโบราณนู่นเลย ซึ่งทางหลักฐานเชื่อกันว่ามนุษย์ในสมัยก่อนได้ค้นพบการรมควันด้วยความบังเอิญ เมื่อล่าสัตว์มาได้ มนุษย์โบราณได้แขวนเนื้อหรือปลาไว้ใกล้กองไฟ ซึ่งความบังเอิญนี้ เมื่อเนื้อ และปลาได้รับไอร้อน และมีกลิ่นควันที่แทรกซึมเข้าไปในรสสัมผัสของเนื้อ พวกเขาก็ค้นพบว่า วิธีนี้แหละ จะทำให้อาหารของเรามีรสชาติที่ดีขึ้น และทำให้อาหารนั้นสามารถเก็บได้นานขึ้นอีกด้วย

การถนอมอาหารรูปแบบนี้เพื่อคงกลิ่นอาหารไม่ให้มีกลิ่นเหม็นหืน และช่วยฆ่าแบคทีเรียได้ด้วยนะครับ ซึ่งในประเทศไทย หลายคนก็รู้จักการรมควันจาก ไส้กรอกรมควันนี่แหละ จะมีลักษณะพิเศษกว่าไส้กรอกอื่น ๆ ที่มีเนื้อสัมผัสเหนียว เหมือนเคลือบด้วยหนัง ๆ เชฟจึงอยากจะพาคุณผู้อ่านมารู้จักกับ “ปลารมควัน” ที่เป็นผลิตภัณฑ์ชูโรงของเรา ให้ลึกซึ้งงงง พอที่จะอินกันซักหน่อย


อย่างที่บอกไปนะครับ ผลิตภัณฑ์ของเราเป็น “ปลารมควัน” การรังสรรรสชาติจึงต้องแตกต่าง และไม่เหมือนใคร เชฟใช้ “ไม้บีช” หรือ Beech wood ในการรมควันกับเนื้อปลาชนิดต่าง ๆ ซึ่งกลิ่นแต่ละกลิ่นจากปลาแต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน อิงจากกลิ่นเดิมของปลาชนิดนั้น ๆ เช่น แซลมอน โดยปกติกลิ่นจะมีความทะเลมาก เนื้อมีความมัน หอมน้ำมันปลา เนื่องจากอยู่ในน้ำทะเลลึก ส่วนปลาทูน่าจะมีกลิ่นที่หอมกว่าแซลมอน แต่จะมีกลิ่นน้ำมันน้อยกว่า นั่นแหละครับ คือ “เสน่ห์ของปลารมควัน” นอกจากกลิ่นนะ ด้วยความมีสีออกเหลืองทองอร่ามเจือนิด ๆ ก็ชวนรับประทาน และดูพรีเมี่ยมเหลือเกิน

Captain hook’s Smokehouse ได้เลือกนำเอาการรมควันมา 2 แบบด้วยกันครับ คือ รมควันเย็นและรมควันร้อน เพราะเป็นรูปแบบที่เราคิดว่า มัน Basic แต่ความ Basic นี่แหละ จะทำยังไงให้มันพิเศษ มันท้าทายครับ

การรมควันแบบเย็น เชฟจะนำปลาส่วนที่ต้องการรมควัน ซึ่งใช้เนื้อปลาส่วนลำตัว โดยตัดส่วนหัวและหางออก คลุกเคล้าส่วนผสมพิเศษที่เป็นสูตรลับของเชฟ และนำมาปรุงรสและหมักด้วยกระบวนการที่พิเศษยิ่งก่าเป็นเวลา 48 ชั่วโมง จากนั้นนำไปแช่เย็น ในขั้นตอนการรมควันแบบเย็นจะใช้อุณภูมิระหว่าง 20-30 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 6-12 ชั่วโมง จะทำให้ได้รสชาติกลมกล่อมที่เข้าถึงเนื้อปลา ทำให้เนื้อปลาฉ่ำ นุ่ม แทบจะละลายในปากไปเลย

ทริคในการรับประทานปลารมควันแบบเย็น คนนิยมสไลด์เป็นชิ้นบาง ๆ หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ พอดีคำ เพื่อที่จะได้ละเลียดรสเนื้อปลาคลอไปกับไวน์ หรือชิ้นใหญ่เต็มคำ เพื่อถึงรสปลาเป็นเต็ม ๆ ก็ตามความชื่นชอบของแต่ละคน


การรมควันแบบร้อน เชฟใช้สูตรลับพิเศษเช่นเดียวกับการรมควันแบบเย็น แต่ในกระบวนการรมควันแบบร้อน จะวางปลาในเตาอบซึ่งตรงนี้ต้องกระซิบว่า ทำบ่อย ๆ แล้วจะรู้เลยว่าควรวางตรงไหนจะทำให้เนื้อปลามีความอร่อยที่ไม่เหมือนใคร! เนื้อปลาที่ผ่านการรมควันแบบร้อน จะมีกลิ่นการรมควันชัดเจนมากกว่าการรมควันแบบเย็น

ทริคการรมควันแบบร้อน การใช้ปลาที่มีหนัง จะเพิ่มความ Juicy ฉ่ำ ๆ เบา ๆ ก็คือการป้องกันไม่ให้ไขมันไหลออกจากเนื้อปลา ซึ่งนี่ก็เป็นความอร่อยอีกอย่างหนึ่ง จะทำให้คุณผู้อ่านลืมปลารมควันแบบเดิมแน่นอน


ใช่ว่าปลาทุกชนิดจะผ่านการรมควันที่เหมือนกันได้นะครับ เพราะโครงสร้างทางธรรมชาติของปลาแต่ละชนิดแตกต่างกันนะ เหมือนคนนั่นแหละ คนนั้นชอบกลิ่น Floral อีกคนชอบ Fruity ปลาก็ด้วย ไขมันในตัวปลาชนิดนั้น ๆ จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สามารถบอกได้ว่า เราควรจะรมควันพวกเขาด้วยวิธีไหนจะเริ่ดที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คนเราก็ชอบหลายกลิ่นได้ ปลาบางชนิดก็เลยใช้วิธีการรมควันได้ทั้งแบบร้อนและแบบเย็น อาทิเช่น ปลาแซลมอน จากมหาสมุทรแอตแลนติก แต่ไม่ว่าเจ้าแซลมอน เจ้าทูน่า เจ้ากระโทงดาบ จะมีวิธีการรมควันที่แตกต่าง แต่สุดท้าย ผลลัพธ์ก็คือ “ความอร่อย” เพราะเชฟพยายามประณีตทุกขั้นตอน เพื่อเสิร์ฟให้ทุกคนได้ลิ้มอย่าง “ยอดรส” เลยล่ะครับ

ช่วงขายของ

ผลิตภัณฑ์ปลารมควันยอดฮิตจากเชฟใช้วิธีรมควันแบบไหนบ้าง ?


ปลาแซลมอน ที่บอกไป สามารถรมควันได้ทั้งแบบร้อน และรมควันแบบเย็น หากคุณเป็น Salmon lover ผมรับรองว่า คุณจะหารสชาติแบบนี้ที่ไหนไม่ได้อีกแน่ ๆ และนั่นจะทำให้คุณต้องประทับใจการรมควันทั้งสองแบบแน่นอน


ปลาทูน่า ปลาฮาลิบัต ปลากระโทงดาบ เชฟเลือกใช้การรมควันแบบเย็นเพราะเชฟอยากให้เนื้อปลาที่มีความมันน้อย ๆ แบบนี้ ได้เผยสัมผัสนุ่ม ๆ ให้คุณได้ชิม


ปลาแมคเคอเรล ปลาเรนโบว์เทราต์ที่ใช้การรมควันแบบร้อน เพื่อให้เนื้อปลามีความฉ่ำที่สุดไปเลย

คุณผู้อ่านก็ต่างรู้กันดีว่า เนื้อปลาอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย โดยเฉพาะโปรตีน โอเมก้า 3 และ DHA ที่ให้ประโยชน์ต่อระบบหัวใจ หลอดเลือด สมอง และการเจริญเติบโตของร่างกาย เนื้อปลารมควันยังมีวิตามิน D ที่จำเป็นต่อร่างกาย ทั้งยังเป็นแหล่งรวมของวิตามินบีหลายชนิด เช่น วิตามินบี 12 วิตามินบี 3 วิตามินบี 6 และยังอุดมไปด้วยทริปโตเฟน ที่สามารถช่วยให้นอนหลับได้อย่างง่ายดายแล้ว ปลายังมีแคลอรี่ต่ำ ทานได้ไม่อ้วนอีกด้วย ตรงคอนเซ็ปของคนชอบกิน ที่รักการดูแลรูปร่างจริง ๆ เลยคุณครับ เย็นนี้ต้องจัดไปเลย ปลารมควันคุณภาพพรีเมี่ยมจาก Captain Hook’s Smokehouse ครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

#title#

#price#
×